รีวิว แท็บเล็ต

รีวิว Apple iPad 2 แบบเต็มๆ โดย SiamTab [ภาคสอง]

Posted by NutYo

30 September 2011 03:48 4910 View 0 Replies


สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดูรีวิวภาคแรกก็เข้าไปดูกันไปที่ >> รีวิว Apple iPad 2 แบบเต็มๆ โดย SiamTab [ภาคแรก] <<

หลังจากที่เราดูรอบๆตัวเครื่องกันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูประสิทธิภาพด้านในกันบ้าง ว่ามันจะเจ๋งจริงอย่างที่ผมโม้ไว้รึป่าว *0* โดยในการรีวิวภาคสองนี้ ผมจะพูดถึงแอพฯหลักที่มีมาพร้อมกับตัวเครื่องเดิมๆ และก็แอพฯอื่นๆที่โหลดมาเพิ่มเล็กน้อย เริ่มกันเลยดีกว่าครับ

iPad 2 นั้นจะ มาพร้อมชิพประมวลผล A5 ที่เป็นแบบ Dual core ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลที่เร็วกว่าเดิมถึง 2 เท่า ประมวลผลด้านกราฟฟิกเร็วกว่าเดิมถึง 9 เท่า ทำให้การใช้งานต่างๆหรือเข้าถึงแอพพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว พบอาการหน่วงหรือกระตุกเวลาใช้งานในแอพฯน้อยมาก ซึ่งผมก็มีวิดีโอรีวิวการใช้งานโดยรวมของ iPad 2  ความยาวกว่า 10 นาที (แบบ FullHD) มาให้เพื่อนๆได้ดูกันด้วยครับ

 

หน้าจอการใช้งาน + การตั้งค่า

 
หน้าจอ Lockscreen แบบเดิมๆ (ผมลืมถ่ายต้องไปหาจาก Google -*-)
 
หลังจากปลดล็อคหน้าจอก็จะพบกับ หน้าจอหลัก (ลืมถ่ายไว้เช่นกัน T T เครื่องที่ผมยืมมาไม่ได้เจลเบรคนะ)
 
Multitasking เมื่อเรากดปุ่ม Home 2 ครั้งก็จะมีแอพฯที่เราเปิดค้างไว้ขึ้นมา เราสามารถเรียกใช้งานต่อได้ทันที ตรงส่วนนี้เราสามารถปิดแอพที่ค้าไว้ได้ด้วยการกดค้างที่ไอคอนนั้นๆ แล้วมันจะสั่นดุกดิ๊ก เราก็กดที่เครื่องหมายลบเพื่อปิดได้เลยครับ
 
หลังจากกด Home 2 ครั้ง ถ้าเราเลื่อนมาทางซ้าย(ปัดหน้าจอไปทางขวา) ก็จะมี Quick Player สำหรับเปิดเพลงแบบรวดเร็ว และสามารถปรับค่าความสว่างหน้าจอได้ในนี้เลย
 
ตรงนี้เป็นส่วนของการค้นหาครับ
 
ส่วนของการตั้งค่าต่างๆครับ
 
อันนี้เป็นรายละเอียดของตัวเครื่องครับ มาพร้อม iOS 4.3.3

Calendar, Contact, Note

 
ส่วนของ Calendar ให้เราสร้างตารางงานและแจ้งเตือนได้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งก็คงมีประโยชน์กับคนที่มีตารางงานแน่นหนามากเลยทีเดียว
 
ส่วนของ Contact ก็ไว้จดที่อยู่,อีเมล์,เบอร์โทรศัพท์ต่างๆ ก็จะมีหน้าตาแบบนี้ครับ
 
Note ไว้สำหรับจดอะไรเล็กๆน้อยๆเพื่อกันลืม อย่างเช่น ใครยืมตังไปเท่าไรบ้าง(สำคัญมากๆ)

Email

 

เราสามารถแอด Email Account ได้หลายบัญชี (น่าจะเป็นสิบนะครับ) ที่เห็นไม่มี Hotmail แต่ก็สามารถแอดได้ที่ Other ครับ
 
เป็นหน้าตาของการใช้อีเมล์ครับ ด้านซ้ายจะเป็นหัวข้อเรื่อง ด้านขวาก็จะแสดงเนื้อหาอีเมล์ ส่วนด้านบนก็เป็คำสั่งต่างๆไม่ว่าจะเป็น ย้ายอีเมล์, ลบ, ส่งต่อ หรือเขียนใหม่ก็มีมาให้หมดครับ

Map

 
แผนที่จาก Google ที่มีมาให้ก็สามารถคำนวณระยะทาง และนำทางได้แบบคร่าวๆด้วย
 
เลือกได้ว่าจะให้แสดงผลแบบไหน(ธรรมดา,ดาวเทียม หรือ Hybrid) และสามารถดรอปพินในสถานที่ต่างๆได้ด้วย

Youtube

 
 
 
หน้าตาของแอพฯ Youtube ใช้งานได้ดีเยี่ยม ดูแบบ HD ได้ด้วยครับ(ชัดมาก)

iTunes Store และ App Store

 
 
iTunes Store ไว้โหลดพวก เพลง หนัง หรือ podcast ต่างๆมาไว้ในเครื่องเราได้ โดยใช้ Apple ID ของเรา
 
ส่วน App Store ก็เอาไว้โหลดแอพพลิเคชันต่างๆ ซึ่งตอนนี้ก็มีมากกว่า 1แสนแอพฯแล้ว(สำหรับ iPad) โดยจะมีทั้งแอพฯฟรีและเสียตัง ต้องใช้ Apple ID เหมือนกันครับ

Music & Video

ส่วนของภาพและเสียงบน iPad 2 นั้นก็โอเคมากๆเลยครับ ภาพที่ได้ค่อนข้างชัด(ถ้าเราใส่ไฟล์แบบ HD ขึ้นไป) ดูวิดีโอได้ไหลลื่นดี เวลาจะเลื่อนข้ามไปดูหรือย้อนกลับมาก็ไม่มีอาการหน่วงให้เห็น ส่วนเสียงจากลำโพงก็ค่อนข้างดัง ถึงแม้ว่าเสียงจะไม่ใส และก็ไม่เป็นแบบ Stereo ก็ตาม
 
ในส่วนของ Music จะแยกออกจาก Video เป็นคนละแอพฯ ครับก็ยังคงเหมือนเดิมที่สามารถสร้าง Playlist ได้ครับ
 
 
เมื่อเลือกที่ไฟล์ ก็จะมีรายละเอียดไฟล์ขึ้นมาให้ดูเลยด้วยครับ

Photobooth

ในส่วน Photobooth นั้นใครที่ใช้ Mac คงคุ้นเคยกันดี เป็นแอพฯถ่ายภาพที่มีลูกเล่นให้เลือกกว่า 9 แบบ ใครที่ชอบถ่ายภาพแบบแนวๆ แปลกๆ ก็ต้องแอพนี้เลยครับ ที่สำคัญแอพนี้มีติดเครื่องมาเลย ไม่ต้องไปซื้อเพิ่มให้เสียตังครับผม
 

Facetime

Facetime อันนี้ขาดไม่ได้เลยครับ เอาไว้สำหรับใช้งาน Video call (สนทนาแบบเห็นหน้า) ซึ่งจะรองรับกับอุปกรณ์ของแอปเปิ้ลทั้งหลายเช่น iPhone 4, iPod Touch 4Gen, iPad 2, MacBook หรือ iMac โดยสามารถใช้งานได้ผ่านสัญญาณ WiFi ครับ ซึ่งก็ต้องล็อคอินด้วย Apple ID ที่อุปกรณ์ของเราก่อน

ปล.สำหรับ iPhone 4 จะใช้เป็นหมายเลยโทรศัพท์ครับ
 
ล็อกอินด้วย Apple ID ถ้ายังไม่มีก็สมัครได้เลยครับ
 
อันนี้เป็นภาพลองเฟซไทม์ระหว่าง iPad 2 กับ MacBook Air ครับ

Safari

มันก็คือ Web Browser ของทาง Apple นั่นเองไว้สำหรับท่องเนต เล่นเว็บต่างๆ ซึ่งเมื่อมาอยู่บนไอแพดก็จะใช้งานได้สะดวกกว่าบน iPhone เยอะเลยครับ

 
ก็มีฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Bookmark หรือว่าจะเซฟหน้าเพจไว้ก็ได้
 
เราก็สามารถเปิดหน้าเพจต่างๆค้างไว้ได้ตามภาพเลยครับ

iBook

เป็นแอพฯไว้สำหรับอ่านหนังสือ E-Book หรือไฟล์เอกสาร PDF ได้ ซึ่งในตัวแอพฯก็สามารถดาวน์โหลดพวกหนังสือหรือ E-Book มาอ่านได้เลย(มีทั้งฟรีและเสียตังค์) หรือเราสามารถเอาไฟล์ในคอมของเราไปอ่านบนนี้ได้ด้วยครับ ตอนใส่ไฟลก็ทำผ่าน iTunes ปกติครับ โดยผมก็ได้โหลดหนังสือการ์ตูนแบบ PDF ใส่ไว้ดังภาพด้านล่างเลยครับ

ปล. แอพฯนี้ไม่ได้มีติดเครื่องมานะครับ แต่สามารถโหลดฟรีได้ที่ App Store ครับ
 
หน้าตาของแอพสามารถเลือกให้เป็นแบบชั้นวางหนังสือได้ด้วย ดูสวยงามดีจริงๆ
 
เลือกที่หนังสือของเรา แล้วก็ Enjoy Reading เลยครับ ^ ^

Facebook

สำหรับแอพฯ Facebook สำหรับ iPad นั้นยังไม่มีออกมาให้ใช้ก็เลยต้องใช้ของเวอร์ชั่น iPhone ไปก่อนซึ่งก็จะมีขนาดเล็กถึงจะขยายใหญ่ได้แต่ภาพก็แตกอย่างที่เห็นครับ
 

บทสรุปจาก SiamTab

ก็จบไปแล้วสำหรับแอพพลิเคชั่นต่างๆที่มาพร้อมกับ iPad 2 และบางแอพที่ต้องโหลดมาเพิ่ม (iBook,Facebook) ซึ่งการใช้งานต่างๆนั้นสำหรับผมนั้นมันเยี่ยมมากครับ การตอบสนองและความไหลลื่นของตัวเครื่องนั้นดีมากๆ ด้วยไลฟ์สไตล์ของผมที่ชอบอ่านการ์ตูน ฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกมส์ และงานของผมก็ต้องเข้าเนตเล่นเว็บเพื่ออัพเดทข่าวสารต่างๆ ซึ่งมันก็ใช้งานตอบโจทย์ผมได้ทุกอย่างจริงๆครับ ผมจึงขอสรุปออกมาเป็นดังนี้ครับ

- ถ้าใครต้องการ Tablet มาเพื่อใช้งานทางด้าน Entertainment อย่างเช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ ใช้ทำงานเล็กๆน้อยๆอย่าง เช็คอีเมล์ ดูเอกสารนิดหน่อยแต่ไม่เน้นไปที่การแก้เอกสารนั้น iPad 2 เป็นตัวเลือกที่ดีมากเลยครับ
- แต่ถ้าใครต้องการเน้นไปที่การทำงานด้านเอกสาร ต้องมีการแก้ไขเอกสารบ่อยๆ เปิดไฟล์งานจากใน USB ต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับ PC บ่อยๆนั้น ก็อาจจะลำบากหน่อย เพราะทุกอย่างต้องเชื่อมต่อกับทาง iTunes หมด ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดท ลงเพลง ลงหนัง เป็นต้น

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่ที่การใช้งานของเพื่อนๆเป็นหลัก ว่าเราใช้งานในทางไหนบ้าง และที่สำคัญก็คือเราชอบมันรึป่าว ไม่ต้องกังวลว่าซื้อมากลัวไม่ได้ใช้ เพราะถ้าเราชอบเดี๋ยวเราก็ได้ใช้มันเองแหละครับ ^ ^

จุดเด่น

- มีดีไซน์ที่เรียบหรู น้ำหนักเบาและบาง พกพาสะดวก
- มีแอพพลิเคชั่นรองรับมากมายกว่า 100,000 แอพ
- ประสิทธิภาพตัวเครื่องดีมากๆ ใช้งานได้ไหลลื่นสุดๆ
- มีกล้องหน้า-หลังสำหรับรองรับ Video Call อย่างเฟซไทม์ได้ (หรือจะใช้แอพฯ อื่นๆอย่าง Skype ก็ได้นะครับ)

จุดด้อย

- กล้องที่ให้มาความละเอียดค่อนข้างต่ำ
- การเชื่อมต่อกับ PC นั้นต้องทำผ่าน iTunes เพียงอย่างเดียวเท่านั้น(เพลง,หนัง และอื่นๆ)
- ไม่มีพอร์ทต่างๆอย่าง USB หรือ HDMI ต้องไปหาซื้ออุปกรณ์เสริมมาเพิ่ม

สุดท้ายแล้วครับ ถ้าจะให้คะแนน iPad 2 ผมให้ 9/10 ไปเลยครับ เพราะมันเข้ากับไลฟ์สไตล์และงานของผมได้ดีจริงๆ แต่ที่หักไป 1 คะแนนเพราะเรื่องกล้องเนี่ยแหละครับ(แต่ผมก็ไม่ได้ใช้ iPad 2 ถ่ายรูปอยู่แล้วนี่หน่า -*-) สำหรับรีวิวครั้งนี้ถ้าขาดตกบกพร่องตรงไหนก็ขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วยเลย แต่ถ้าใครชอบก็อย่าลืมให้กำลังใจผมด้วยนะครับ (^ ^/)

ต้องขอขอบคุณทาง Apple Thailand ที่ให้ยืมเครื่อง iPad 2 มารีวิวในครั้งนี้ด้วยครับ(ถึงจะช้ามากๆก็ตาม >.<) สำหรับวันนี้ลาไปก่อนครับ