รีวิว i-mobile IQ X2 หน้าจอ FullHD, ขุมพลังควอดคอร์, กล้อง 18 ล้าน ราคาไม่ถึงหมื่น

ใช้เวลาทดลองเล่นอยู่เป็นสัปดาห์ วันนี้ก็ถึงเวลามารีวิวเจ้า i-mobile IQ X2 ตามสัญญาแล้ว ซึ่งเจ้าตัวนี้น่าสนใจกว่า IQ X รุ่นแรกพอสมควร เพราะมีการอัพเกรดหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นเป็น 5 นิ้วพร้อมทั้งเพิ่มความละเอียดเป็นแบบ FullHD, เพิ่มความเร็วซีพียูนิดหน่อย แต่ออกมาราคาเดิมที่ 9,490 บาท จะน่าสนใจมั้ยก็ลองไปดูกันครับ

 

 

Hardware & Details

 
เริ่มที่เรื่องรูปร่างหน้าตาของเจ้า IQ X2 ดูเผินๆยังคงคล้ายกับ IQ X รุ่นแรก แต่จะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อยและมีความโค้งมนมากทั้งกระจกหน้าและฝาหลัง ความบางจะใกล้เคียงกัน(IQ X2 หนากว่าหน่อย) และฝาหลังของ IQ X2 จะเปลี่ยนมาเป็นผิวมัน(ซึ่งตัวสีขาวจะออกขาวมุกหน่อยๆด้วย) ถ้าถามว่าสวยมั้ย ก็ตอบได้ว่าโอเคนะ ทำออกมาได้ดีขึ้น แต่ส่วนตัวผมชอบดีไซน์ของ IQ X มากกว่าครับ
 
สเปค i-mobile IQ X2
 
- หน้าจอขนาด 5 นิ้วแบบ IPS ความละเอียด full HD 1080x1920 พิกเซล
- ชิปประมวลผล MTK6589 แบบ Quad-Core ความเร็ว 1.5GHz
- แรม 1GB
- ความจุตัวเครื่อง 4GB
- รองรับ micro SD Card 
- กล้องหลักความละเอียด 18 ล้านพิกเซล
- กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ 2,300 mAh
- รองรับการทำงาน 2 SIM 
- SIM 1 จะรองรับการใช้งาน 3G แบบแบ่งแยกรุ่นความถี่เป็น 850/2100MHz(รหัส IQ X2) และ 900/2100MHz(รหัส IQ X2A) 
- SIM 2 จะรองรับการใช้งาน 2G ทุกเครือข่าย
- มาพร้อมระบบปฎิบัติการ Android 4.2.1 Jelly Bean 
- ราคาเปิดตัว 9,490 บาท
 
i-mobile IQ X2 ยังคงแบ่งคลื่นรองรับ 3G เป็น 2 รุ่น ตามนี้เลยครับ
 
- โค้ดเนม IQ X2 รองรับ 3G ความถี่ 850/2100MHz
- โค้ดเนม IQ X2A รองรับ 3G ความถี่ 900/2100MHz
 
 
สำหรับสเปคจะเห็นว่าเหมือนรุ่นแรกในหลายๆอย่างทั้งในเรื่องของชิพประมวลผลก็เป็น MTK6589T ที่มีซีพียูควอดคอร์ แต่เพิ่มความเร็วเป็น 1.5GHz(IQ X อยู่ที่ 1.2GHz) กล้องหน้า/หลัง ความละเอียดเท่าเดิมที่ 18ล้าน/8ล้าน, แรมยังคงให้มาที่ 1GB เท่าเดิม, พื้นที่เก็บข้อมูลตัวเครื่อง 4GB เหลือใช้จริง 1GB กว่าๆ แต่เพิ่ม microSD Card ได้(จริงๆถ้าเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลตัวเครื่องให้เป็น 8GB ก็คงจะดีไม่น้อย) 
 
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปและเจ๋งขึ้นก็คือหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นเป็น 5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 หรือที่เราเรียกกันว่าจอ FullHD นั่นเองครับ โดยจอตัวนี้ทาง i-mobile บอกว่าใช้จอของ Sharp ซึ่งเท่าที่ได้ลองเล่นดูก็ต้องชมเลยว่าหน้าจอมันสวย คมชัดและสว่างดีจริงๆ ส่วนกระจกก็เป็น Gorilla Glass ที่เราคุ้นเคยกันดี 
 
วิดีโอรีวิว i-mobile IQ X2
 



 
รายละเอียดรอบตัวเครื่อง
 
IQ X2 ยังคงแถมเคสมาให้ในกล่อง โดยเป็นเคสพลาสติกบางๆ สีขุ่น ใส้แล้วตัวเครื่องใหญ่กว่าเดิมนิดเดียว ถือว่าโอเคเลยครับสำหรับเคส
กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล จากภาพจะเห็นว่าติดฟิล์มได้ไม่เต็มจอเพราะขอบๆกระจกของ IQ X2 จะโค้งๆ ดูสวยงาม(ส่วนฟิล์มนี่ก็คิดมาให้จากโรงงานเลยด้วยครับ เพราะแกะกล่องมามันก็ติดมาเลย)
ปุ่มไฟ Capacitive ยังเป็นตำแหน่งเดิมก็จะมีปุ่มเมนู, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ (ไล่จากซ้ายไปขวา)
ด้านหลังเป็นพลาสติกผิวมัน(สีออกขาวมุก)
กล้องหลังความละเอียด 18 ล้านพิกเซล + LED Flash 2 ดวง(เรื่องกล้องจริงๆแล้วเป็น 13 ล้านพิกเซลแต่ใช้ซอฟต์แวร์ทำให้เป็น 18 ล้านพิกเซล)
ด้านล่างเป็นลำโพง พร้อมโลโก้ i-mobile
ขอบข้างด้านบนจะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. โดยขอบสีเงินๆที่เห็นจะเป็นพลาสติกชุบสีนั่นเอง
หมุนมาที่ฝั่งซ้ายจะเรียบๆไป ไม่มีปุ่มอะไร
ด้านล่างจะมีช่องเสียบ microUSB สำหรับชสร์จไฟและถ่ายโอนข้อมูล
อีกด้านนึงจะมีปุ่มเพิ่มลดเสียงและปุ่มพาวเวอร์
เปิดฝาหลังออกมาก็จะเจอกับแบตเตอรี่ขนาด 2,300 mAh แต่ถอดออกไม่ได้นะครับ
ไล่จากซ้ายไปขวาก็จะมีช่องใส่ microSD Card, ช่องใส่ซิมขนาดปกติ, และช่องใส่ microSim
 

 

 

Software & Features

i-mobile IQ X2 จะมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.2.1 Jelly Bean ติดตั้งมาให้จากโรงงาน หน้าจอการใช้งานก็เดิมๆ(คล้ายๆกับ Pure Android) ตัวเครื่องมี GPS, วิทยุ FM ติดมาให้ (แต่พอดีตัวรีวิวที่ได้มามีปัญหาเรื่อง GPS พอดี) ลองไปดูหน้าจอการใช้งานและผลทดสอบประสิทธิภาพจากโปรแกรมต่างๆกันครับ

 
 
เมื่อกดตรงที่ว่างในหน้า Home ค้างไว้ก็จะมีให้เราตั้งวอลเปเปอร์เองได้ โดยในตัวเครื่องก็มีมาให้เลือกเยอะพอสมควร และยังมี Video Wallpaper ให้ใช้งานด้วยครับ(ทำให้พื้นหลังเป็นภาพเคลื่อนไหวจาดวิดีโอได้)
 


เครื่องเล่นวิดีโอมีลูกเล่นนิดหน่อยคือสามารถย่อหน้าต่างลงมาเพื่อดูเป็นจอเล็กได้(แล้วเราก็ไปเข้าแอพฯอื่นหรือทำอย่างอื่นได้นั่นเอง)
 
หน้าตาของเครื่องเล่นเพลงก็จะดูเรียบๆ และมี Equalizer ให้ปรับได้ด้วย

ด้วยความที่ใช้งานได้ 2 ซิม ก็สามารถเข้าไปจัดการตั้งค่าได้ตามการใช้งานเลยครับ
 
 

 

 

Camera



เนื่องจาก IQ X2 ใช้โมดูลกล้องตัวเดิมทั้งกล้องหน้า-หลัง ตรงจุดนี้เลยไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเหมือนตอน IQ X มาใหม่ๆ โดยกล้องหลังก็ยังคงมาพร้อมเซนเซอร์ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล(แล้วใช้ซอฟต์แวร์ขยายให้เป็น 18 ล้านพิกเซล) ซึ่งก็ทำได้ดีเหมือนเคย(เผลอๆดีกว่าเดิมด้วยครับ) ภาพที่ได้ก็สวยและคมชัดดี สีสันสมจริง มาโครก็ทำได้เยี่ยม ส่วนวิดีโอก็รองรับได้ที่ความละเอียด FullHD เท่าที่ลองดูก็โอเคเลยครับ ลองไปชมกันเลยเอาเป็นว่าลองไปดูภาพถ่ายจากกล้องหลังของเจ้า IQ X2 กันเลยดีกว่า



 
กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ทัชโฟกัสได้ สามารถถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอ หรือหน้าเบลอหลังชัดได้ด้วย ภาพที่ได้จากกล้องหน้าก็ยังคงดีเยี่ยม ไม่แพ้ IQ X รุ่นพี่เลยครับลองไปดูตัวอย่างภาพจากกล้องหน้าด้านล่างครับ
 

 

 

ด้านการใช้งานทั่วไป


 
การใช้งานทั่วไปคงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะซีพียูระดับ Quad core นี้ก็ทำให้ใช้งานได้รวดเร็ว ไหลลื่น ทั้งเรื่องทั่วๆไป การโหลดเข้าแอพฯ หรือการเข้าเว็บเบราเซอร์ ไม่มีปัญหาใดๆ เพียงแต่แรมที่ให้มา 1GB อาจจะน้อยไปสำหรับคนที่ใช้งานหนัก เวลาเปิดหลายๆแอพฯหรือเรนเดอร์เกมส์ที่ใช้กราฟิกสูงๆก็มีอาการหน่วงให้เห็นบ้าง อีกอย่างพื้นที่เก็บข้อมูลภายในที่ให้มา 4GB ที่พอใช้งานจริงก็เหลือแค่ 1GB กว่าๆ ตรงนี้ผมว่ามันดูน้อยไปหน่อยนะ ขัดใจมาตั้งแต่ IQ X ละ(แม้จะใส่ microSD Card เพิ่มได้แต่มันไม่ได้ฟีลลิ่งอะ)


 
เรื่องการแสดงผลของหน้าจอ อันนี้ขอชมว่าแจ่มจริงๆครับ สวยงาม สีสันสมจริง ใครที่ชอบดูหนังดูยูทูปบนมือถือจะไม่ผิดหวังเลยครับ เรื่องเสียงก็พอใช้ได้ ส่วนเรื่องเกมส์ก็เช่นกัน เท่าที่ได้ลองเล่นกับเกมส์ที่ใช้กราฟิกอย่าง Dark Avenger ก็ทำได้อย่างไหลลื่น, Subway Surfer ก็เล่นได้ไหลลื่น แต่เจอปัญหาที่เกม Minions Rush ที่กระตุกอย่างชัดเจน(ตรงนี้ก็งงๆว่าทำไมสองเกมส์แรกเล่นได้อย่างลื่น แต่ทำไมเกมส์นี้กระตุกซะงั้น)
 
 
แบตเตอรี่ตัวนี้ให้มาที่ 2,300 mAh กำลังดีเลยครับ เท่าที่ใช้งานแบบปกติทั่วไปอย่าง ดูยูทูป, เข้าเว็บ, ถ่ายรูป, เล่นเกม ก็ยังสามารถผ่านพ้น 1 วันไปได้สบายๆ และยิ่งถ้าเปิดสแตนบายไว้ก็อยู่ได้น๊านๆครับ (ช่วงหลังๆไม่ค่อยได้เล่น ทิ้งไว้ในกระเป๋าเกือบ 3 วันลดไปไม่ถึง 20 เปอร์เซนต์)

 

 

สรุป


 
เท่าที่ลองใช้งานจริงมากว่า 1 สัปดาห์ก็ถือว่าเจ้า IQ X2 ทำได้ดีกว่ารุ่นแรกจริงๆครับ ดูเสถียรกว่าเดิมมาก เพราะยังไม่เคยเจออาการค้างหรือดับไปเองซักครั้ง จะเจอก็เรื่องแอพฯเด้งออกเป็นบางคราว และหน่วงๆนิดหน่อยเวลาใช้งานหนักแล้วสลับแอพฯไปมาเท่านั้นเอง ส่วนตัวค่อนข้างประทับใจเรื่องกล้องและหน้าจอครับ ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาแล้วรู้สึกว่ามันคุ้มดีจริงๆกับสิ่งที่ได้มา(ถ้าไม่ใช่คนติดเรื่องแบรนด์ ผมว่าน่าสนใจเลยนะ)
 
จุดเด่น
 
- ราคาไม่ถึงหมื่น แต่สเปคโดยรวมถือว่าแรงมาก
- กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ทำได้ดีกว่าแบรนด์ดังๆหลายตัว
- หน้าจอคมชัด แสดงผลได้สวยงาม สว่างและสมจริง
 
จุดสังเกตุ
 
- พื้นที่เก็บข้อมูลตัวเครื่องน้อยไปหน่อย(ให้มา 4GB ใช้จริงได้ 1GB กว่าๆ)
 

 
แล้วแบบนี้ซื้อ IQ X หรือ IQ X2 ดีกว่ากัน?
 
IQ X2 เปิดราคามาแทนที่ IQ X โดยจะอยู่ที่ 9,490 บาท ส่วน IQ X ลดลงมาเหลือ 8,790 บาท แบบนี้คงไม่ต้องลังเลแล้วนะครับ หน้าจอใหญ่และคมชัดกว่า ซีพียูเร็วกว่าเดิม เฟิร์มแวร์เสถียรขึ้น ราคาต่างกันเพียง 700 บาทเท่านั้น ถ้าให้เลือก 2 ตัวนี้ จัด IQ X2 ไปเลยครับ
 
 
สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทาง i-mobile ที่ให้ยืมเครื่องมาทำการรีวิวในครั้งนี้ด้วยครับ
 
 
บทความโดย NutYo
 

 

 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

comments powered by Disqus

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

 

ข่าวล่าสุด

เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว!! Google ปล่อยวิดีโออัพเดทความเคลื่อนไหวของ Project Ara สมาร์ทโฟนที่จัดสเปคด้วยตัวเองได้

ใครที่กำลังติดตามเรื่อง Project Ara กันอยู่ วันนี้ทาง Phonebloks ก็ได้ทำการอัพเดทความเคลื่อนไหวของ Project Ara ออกมาให้ได้ชมกันแล้ว

เปิดตัว Microsoft Band สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ พร้อมฝัง Cortana สำหรับสั่งการด้วยเสียง

Microsoft เปิดตัวสายรัดข้อมืออัจฉริยะของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้วในชื่อว่า Microsoft Band ซึ่งหน้าที่หลักๆของมันก็เหมือนๆกับ Smartband ทั่วๆไปคือ ใช้เป็น Fitness Tracker นั่นเอง แต่ที่เด็ดก็คือมันมีฟีเจอร์ต่างๆอย่างเรื่องการแจ้งเตือน Email, Social Network, รองรับการสั่งการด้วยเสียง ซึ่งต้องบอกว่าครบเครื่องเลยหล่ะครับ

OPPO เปิดตัว OPPO N3 สมาร์ทโฟนที่กล้องฟรุ้งฟริ้งที่สุดในโลก

เมื่อราวปีกว่าๆ ที่ผ่านมาทาง OPPO ได้เปิดตัว OPPO N1 สมาร์ทโฤนที่สามารถหมุนกล้องหลังกลับมาเป็นกล้องหน้าได้ซึ่งตอนนี้ทาง OPPO ได้เปิดตัวรุ่นใหม่ออกมาแล้วครับ

 

Catalog: Latest

Nokia Lumia 930
Nokia Lumia 930

สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Windows OS ที่อัพเดทใหม่ให้เป็นรุ่นล่าสุดคือ Windows 8.1 และออกแบบตัวเครื่องมาให้ใช้งานได้อย่างกระชับมือด้วยหน้าจอหน้าขนาด 5 นิ้วแบบ Full HD พร้อมสเปคการทำงานที่ไหลลื่นด้วยชิพประมวลผล Qualcomm Snapdragon™ 800 และยังได้ให้กล้องมาที่ความละเอียดถึง 20 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี PureView ครับ

iPad Air (iPad 5)
iPad Air (iPad 5)

iPad Air (iPad 5) มาพร้อมหน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว แบบ Retina Display ความละเอียดด 2048x1536 พิกเซล ซึ่งเป็นขนาดเดียวกับ iPad 4 แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ ตัวเครื่องที่เบาลง และ น้ำหนักเบากว่าเดิม ส่วนหน่วยประมวลผลเป็นแบบ Dual-Core Processor ( Apple A7 Chipset ) พร้อมเทคโนโลยีการประมวลผลแบบ 64-bit และหน่วยประมวลผล M7 motion coprocessor สำหรับการใช้งานเกี่ยวกับสุขภาพ และการออกกำลังกาย

BlackBerry Bold 9900
BlackBerry Bold 9900

BlackBerry Bold 9900 สมาร์ทโฟนสำหรับขาแชท มาพร้อมพลัง Snapdragon MSM8255 Processor ความเร็วในการประมวลผล 1.2 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS เวอร์ชั่น 7.0 กล้องถ่ายรูปความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และมี NFC, AR พร้อมสนับสนุนการ์ดหน่วยความจำ microSD สูงสุด 32 GB

BlackBerry Torch 9810
BlackBerry Torch 9810

BlackBerry Torch 9810 สมาร์ทโฟนมาพร้อมหน้าจอขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียด 640x480 พิกเซล ส่วนประมวลผลการทำงานด้วย Processor ความเร็วในการประมวลผล 1.2 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS เวอร์ชั่น 7.0 และ รองรับ NFC

BlackBerry Bold 9790
BlackBerry Bold 9790

BlackBerry Bold 9790 สมาร์ทโฟนมาพร้อมการใช้งานในรูปแบบ ทั้ง Touch และ Type หน้าจอขนาด 2.45 นิ้ว ความละเอียด 460x360 พิกเซล สามารถการใช้งาน NFC ได้ ส่วนชิพประมวลผลแบบ Marvel Tavor MG1 Processor ความเร็ว 1 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS เวอร์ชั่น 7.0

LG Optimus L7
LG Optimus L7

สมาร์ทโฟนดีไซน์เรียบหรูจาก LG ที่ดีไซน์ตัวเครื่องได้มีขนาดบางและน้ำหนักเบา โดยเจ้าสมาร์ทโฟนตัวนี้นั้นจะมีหน้าจอขนาด 4.3 นิ้วแบบ IPS LCD พร้อมทั้งการทำงานด้วยชิพประมวลผล Single Core 2011Qualcomm MSM7227A และกล้องหลักความละเอียด 5 ล้านพิกเซล โดยเจ้าสมาร์ทโฟนตัวนี้เปิดตัวมาที่ราคาหมื่นต้นๆเองครับ